<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าหลุยส์ กระเป๋าแบรนด์เนม</title>
	<atom:link href="http://bagth.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bagth.com</link>
	<description>เว็บไซต์ ข้อมูล กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าหลุยส์ กระเป๋าแบรนด์เนม</description>
	<lastBuildDate>Mon, 04 Jan 2010 09:42:53 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าหลุยส์</title>
		<link>http://bagth.com/?p=46</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=46#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 09:42:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[ แต่จะลองมองกระเป๋าในฐานะที่ไม่ได้เป็นแค่ภาชนะใส่สัมภาระที่หิ้วติดตัวไปได้ทุกที่ แต่สำหรับใครหลายคน มันเป็นสินทรัพย์ เป็นการลงทุน และเป็นมรดกล้ำค่า โดยเฉพาะ &#8220;กระเป๋าใบหรู&#8221; แบรนด์ชั้นนำของโลก อย่าบอกนะว่า คุณไม่ถือกระเป๋า และรู้หรือไม่ว่า กระเป๋าที่คุณถือ ไม่ว่า มันจะ &#8220;โนเนม&#8221; หรือ &#8220;แบรนด์เนม&#8221; มันเป็นเครื่องมือในการ &#8220;แสดงตัวตน&#8221; อย่างหนึ่ง (ขอย้ำ แสดงตัวตน ไม่ใช่ แสดงคุณค่า ของคนถือ)
ถ้าไปถามสาวกของกระเป๋าแบรนด์เนมว่า ทำไมเธอและเขา เลือกที่จะใช้กระเป๋าพวกนี้ ทั้งๆ ที่กระเป๋าบางใบ ราคาสูงกว่ารายได้ทั้งปีและอาจจะตลอดชีวิตของคนบางคนเสียอีก  นอกจาก ความงามจากมันสมองของดีไซเนอร์ระดับโลก ความหรูหรา มีระดับ และเสริมบุคลิกของผู้ถือแล้ว
คำตอบหลักๆ ที่ได้ก็จะเป็นเรื่อง &#8220;อายุการใช้งาน&#8221; ที่ยาวนานกว่ากระเป๋าธรรมดาๆ ที่ทำให้ผู้เป็นเจ้าของมอง ว่า คุ้มค่ากับการลงทุน
สาวกอีกคนหนึ่ง บอกว่า เธอใช้กระเป๋าเงินใบนี้ทุกวันมาตั้งแต่ปี 2543 แบบไม่ได้ทะนุถนอมเท่าไรนัก แต่
เวลาผ่านไป 7 ปี ก็ยังดูเหมือนใหม่ ซึ่งทำให้เธอมั่นใจว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ได้มีเพียงแค่ความคงทนที่มัดใจให้หลายคนเลือกที่จะควักเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์ดังมาครอบครอง แต่ยังเป็นเพราะ &#8220;ความคลาสสิก&#8221; ของกระเป๋าแต่ละแบบด้วย
 
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายสิบปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> แต่จะลองมองกระเป๋าในฐานะที่ไม่ได้เป็นแค่ภาชนะใส่สัมภาระที่หิ้วติดตัวไปได้ทุกที่ แต่สำหรับใครหลายคน มันเป็นสินทรัพย์ เป็นการลงทุน และเป็นมรดกล้ำค่า โดยเฉพาะ &#8220;กระเป๋าใบหรู&#8221; แบรนด์ชั้นนำของโลก อย่าบอกนะว่า คุณไม่ถือกระเป๋า และรู้หรือไม่ว่า กระเป๋าที่คุณถือ ไม่ว่า มันจะ &#8220;โนเนม&#8221; หรือ &#8220;แบรนด์เนม&#8221; มันเป็นเครื่องมือในการ &#8220;แสดงตัวตน&#8221; อย่างหนึ่ง (ขอย้ำ แสดงตัวตน ไม่ใช่ แสดงคุณค่า ของคนถือ)<br />
ถ้าไปถามสาวกของกระเป๋าแบรนด์เนมว่า ทำไมเธอและเขา เลือกที่จะใช้กระเป๋าพวกนี้ ทั้งๆ ที่กระเป๋าบางใบ ราคาสูงกว่ารายได้ทั้งปีและอาจจะตลอดชีวิตของคนบางคนเสียอีก  นอกจาก ความงามจากมันสมองของดีไซเนอร์ระดับโลก ความหรูหรา มีระดับ และเสริมบุคลิกของผู้ถือแล้ว<br />
คำตอบหลักๆ ที่ได้ก็จะเป็นเรื่อง &#8220;อายุการใช้งาน&#8221; ที่ยาวนานกว่ากระเป๋าธรรมดาๆ ที่ทำให้ผู้เป็นเจ้าของมอง ว่า คุ้มค่ากับการลงทุน</p>
<p>สาวกอีกคนหนึ่ง บอกว่า เธอใช้กระเป๋าเงินใบนี้ทุกวันมาตั้งแต่ปี 2543 แบบไม่ได้ทะนุถนอมเท่าไรนัก แต่</p>
<p>เวลาผ่านไป 7 ปี ก็ยังดูเหมือนใหม่ ซึ่งทำให้เธอมั่นใจว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ได้มีเพียงแค่ความคงทนที่มัดใจให้หลายคนเลือกที่จะควักเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์ดังมาครอบครอง แต่ยังเป็นเพราะ &#8220;ความคลาสสิก&#8221; ของกระเป๋าแต่ละแบบด้วย</p>
<p> <br />
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายสิบปี ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของนั่งกอดกระเป๋าน้ำตาตก แล้วคิดว่า ไม่น่าหลวมตัวซื้อเพราะกระเป๋าใบนั้นจะนอนรอเวลาที่จะกลับมาเฉิดฉายในวงสังคม (ของกระเป๋า) อีกครั้ง เหมือนอย่าง กระเป๋าหลุยส์วิตตอง รุ่นสปีดี้ ที่ตอนนี้กลับมาฮิตทั่วเมือง</p>
<p> <br />
&#8220;ใบนี้อายุแก่กว่าหนูอีก เพราะเป็นของคุณแม่ ซื้อมาใช้ตอนสาวๆ แล้วพอมันเอาต์ก็เก็บไว้ในตู้ ตอนนี้มัน กลับมาฮิตใหม่หนูก็เลยขอคุณแม่มาใช้&#8221; น้ำหวาน สาวรุ่นในแหล่งแฟชั่น ชั้นนำแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เล่าประวัติ &#8220;เจ้าสปีดี้&#8221; ของเธออย่างชื่นชม</p>
<p> เมื่อรวมเอา &#8220;ความดี&#8221; ทั้งหมดที่กระเป๋าหรูพวกนี้มี ทำให้ยกฐานะจาก กระเป๋าธรรมดาๆ ขึ้นมาเป็น&#8221;ทรัพย์สิน&#8221; ที่มีมูลค่าในตัวเอง เพราะมีความต้องการซื้ออยู่ในตลาดมือสองอยู่ตลอดเวลา ผ่าน &#8220;ตลาดรอง&#8221;หรือร้านรับซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยน กระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง ที่กระจายอยู่ตามแหล่งแฟชั่นชั้นนำ  เพียงแต่ว่า คุณต้องเตรียมใจยอมรับมูลค่าที่จะหายไป 50-60% จากราคาที่ซื้อมา</p>
<p>นอกจากนี้ ราคาซื้อขายยังขึ้นอยู่กับ &#8220;สภาพของกระเป๋า&#8221; และ &#8220;สภาพของตลาด&#8221; ในขณะนั้นๆ ด้วย</p>
<p> เช่นเดียวกับ เยาวภา สัทธรรมพงศา ร้าน MegShop ที่ขายและรับซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง ในสวนลุมไนท์บาซาร์ ที่บอกว่า ราคาในตลาดรองจะขึ้นอยู่กับความนิยมของตลาดในขณะนั้นและสภาพ ของสินค้า &#8220;รุ่นที่ยังอยู่ในความนิยมก็จะได้ราคาดี นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ถ้าค่าเงินบาทแข็งค่า เมื่อเทียบเงินยูโร ราคา (ของใหม่) ก็ถูกลง บางคนมาขายไม่ขาดทุน โดยเฉพาะพวกเก่าเก็บ บางคนก็<br />
เหมือนยืมไปหิ้ว เพราะซื้อไปแล้วกลับมาขายคืนก็ขาดทุนแค่ 3 พันบาท ถ้าซื้อของปลอมใบละ 6-7 พัน ก็ มาขายต่อไม่ได้&#8221; เยาวภา กล่าว</p>
<p> ไม่ว่าจะใช้กระเป๋าแบบไหน ไม่ว่าจะมองว่า มันเป็นเพื่อนคู่กายหรือสินทรัพย์ล้ำค่า แต่อย่าตัดสินคุณค่าของคนเพียงแค่กระเป๋าที่เขาถือ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=46</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง ก็สวยได้</title>
		<link>http://bagth.com/?p=44</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=44#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Jan 2010 09:40:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[ขึ้นชื่อว่าของ &#8220;มือสอง&#8221; ย่อมมีราคาถูก เป็นที่สนอกสนใจของเหล่าบรรดาขาช็อปแน่นอน เช่นเดียวกับ &#8220;กระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง&#8221; ที่เหล่าวัยรุ่น วัยโจ๋ วัยช็อป ต่างชื่นชอบ จับจองมาเป็นของใช้ส่วนตัวอย่างมากมาย ด้วยตอนนี้ตลาดของแบรนด์เนมมือสอง ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แค่แหล่งช็อปวัยรุ่นตรงสยามสแควร์ ก็นับได้หลายร้านเลยทีเดียว เพราะความต้องการของ &#8220;คนอยากขาย&#8221; กระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง และ &#8220;คนอยากซื้อ&#8221; มีมากพอกัน
&#8220;หมิง&#8221; เจ้าของร้านกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองนัมเบอร์ทู ย่านสยามสแควร์ บอกว่า ลูกค้าที่มาขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองมีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเงินที่สามารถซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสูง เมื่อเบื่อหรือตกเทรนด์แล้ว ถ้าให้คนอื่นก็เสียดาย เก็บไว้เองก็ไม่ได้ใช้ ซึ่งราคาที่รับซื้อจะแล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นกระเป๋า
&#8220;ราคาที่ซื้อบางใบหลักแสน ขายต่อในราคาหลักหมื่น ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง จะขายดีสุด เพราะอินเทรนด์ตลอดเวลา คงทน ซึ่งวัยรุ่นอย่างนักศึกษาจะนิยมซื้อมากที่สุด และกลุ่มที่มาขายกระเป๋าแบรนด์เนมก็เป็นกลุ่มวัยรุ่นเช่นกัน บางคนซื้อมาใช้เพียง 1-2 เดือนก็เปลี่ยน แล้วเอามาขาย หรือซื้อมาแล้วไม่ชอบก็เอามาขายต่อ ตอนนี้ยี่ห้อเฮอร์เมสแพงที่สุดในร้าน คือราคา 3 แสนบาท&#8221;
เจ้าของร้านบอกอีกว่า ที่กระเป๋าแบรนด์เนมมือ 2 ได้รับความนิยม เพราะว่าราคาถูก ที่สำคัญสภาพไม่ต่างจากมือ 1 เลย การรักษาเพียงปัดฝุ่นไม่ให้ฝุ่นเกาะเท่านั้น
&#8220;วิธีการดูว่ากระเป๋าเป็นของแท้หรือไม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อว่าของ &#8220;มือสอง&#8221; ย่อมมีราคาถูก เป็นที่สนอกสนใจของเหล่าบรรดาขาช็อปแน่นอน เช่นเดียวกับ &#8220;กระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง&#8221; ที่เหล่าวัยรุ่น วัยโจ๋ วัยช็อป ต่างชื่นชอบ จับจองมาเป็นของใช้ส่วนตัวอย่างมากมาย ด้วยตอนนี้ตลาดของแบรนด์เนมมือสอง ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แค่แหล่งช็อปวัยรุ่นตรงสยามสแควร์ ก็นับได้หลายร้านเลยทีเดียว เพราะความต้องการของ &#8220;คนอยากขาย&#8221; กระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง และ &#8220;คนอยากซื้อ&#8221; มีมากพอกัน</p>
<p>&#8220;หมิง&#8221; เจ้าของร้านกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองนัมเบอร์ทู ย่านสยามสแควร์ บอกว่า ลูกค้าที่มาขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองมีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเงินที่สามารถซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสูง เมื่อเบื่อหรือตกเทรนด์แล้ว ถ้าให้คนอื่นก็เสียดาย เก็บไว้เองก็ไม่ได้ใช้ ซึ่งราคาที่รับซื้อจะแล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นกระเป๋า</p>
<p>&#8220;ราคาที่ซื้อบางใบหลักแสน ขายต่อในราคาหลักหมื่น ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง จะขายดีสุด เพราะอินเทรนด์ตลอดเวลา คงทน ซึ่งวัยรุ่นอย่างนักศึกษาจะนิยมซื้อมากที่สุด และกลุ่มที่มาขายกระเป๋าแบรนด์เนมก็เป็นกลุ่มวัยรุ่นเช่นกัน บางคนซื้อมาใช้เพียง 1-2 เดือนก็เปลี่ยน แล้วเอามาขาย หรือซื้อมาแล้วไม่ชอบก็เอามาขายต่อ ตอนนี้ยี่ห้อเฮอร์เมสแพงที่สุดในร้าน คือราคา 3 แสนบาท&#8221;</p>
<p>เจ้าของร้านบอกอีกว่า ที่กระเป๋าแบรนด์เนมมือ 2 ได้รับความนิยม เพราะว่าราคาถูก ที่สำคัญสภาพไม่ต่างจากมือ 1 เลย การรักษาเพียงปัดฝุ่นไม่ให้ฝุ่นเกาะเท่านั้น</p>
<p>&#8220;วิธีการดูว่ากระเป๋าเป็นของแท้หรือไม่ ต้องอาศัยประสบการณ์ หรือดูที่หลักฐาน อย่างใบเสร็จการซื้อกระเป๋าจะช่วยยืนยันได้ว่าเป็นของแท้ หรือซื้อจากคนที่รู้จักกันจริงๆ เพื่อกันถูกหลอก ที่สำคัญราคาของกระเป๋าแบรนด์เนม แม้จะเป็นมือสองแล้ว ราคาจะลดลงมาเกือบ 50% ต้องเช็ครุ่นกระเป๋า และยี่ห้อให้ดีก่อนตัดสินใจ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=44</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมกระเป๋าแบรนด์เนม ถึงได้แพงขนาดนี้</title>
		<link>http://bagth.com/?p=42</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=42#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Jan 2010 09:34:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระเป๋าแบรนด์เนม...แบบเซเลบๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[
 
เพื่อนๆ เคยคิดไหมค่ะว่า ทำไมกระเป๋าแฟชั่น พวก กระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าหลุยส์ ต่างก็มีราคาที่สูงมากทีเดียว  แล้วแรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋าแบรนด์เนมเหล่านี้ มาจากไหนกัน คำตอบมีอยู่ในนี้แล้วคะ
ถ้าจะให้พูดถึงรุ่นคลาสสิกของแอร์เมสก็คงจะเป็นรุ่นนี้ Birkin Bag (เบอร์กิ้น แบ็ค) คงจะเป็นตัวอย่างทีดีที่สุดว่าทำไมกระเป๋าใบหนึ่งถึงมี ..ราคากว่าครึ่งล้านบาท! กระเป๋ารุ่นเบอร์กิ้น แบ็ค นั้นตั้งตามชื่อนักแสดงดังอย่าง เจน เบอร์กิ้น ต้นกำเนิดจริงๆ ก็มาจากตัวเองนั่นแหละ เมื่อครั้งหนึ่งที่เธอนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวสุดหรูของ CEO ของแอร์เมส ขณะที่เธอกำลังหยิบสมุดบันทึก
แอร์เมสของเธอขึ้นมานั้นกระดาษเอกสารของเธอได้หล่นกระจัดกระจายเต็มไปทั่ว เธอได้บอก กับ CEO ว่ากระเป๋ารุ่นใหม่ๆ นั้นใช้งานไม่ค่อยได้เรื่อง เธอเสนอว่าอยากจะออกแบบกระเป๋าสักรุ่นให้กับแอร์เมส หลังจากนั้นไม่นานเธอก็หาหนังที่ต้องการได้ และพูดคุยกับทางแอร์เมส สุดท้ายกระเป๋ารุ่นนี้ก็ได้ทำออกจำหน่ายจริง และตั้งชื่อตามเธอด้วย อีกทั้งเบอร์กิ้น ยังเปน
กระเป๋าที่เป็นสัญลักษณ์ ของแอร์เมสจนกระทั่งทุกวันนี้ ปัจจุบันกระเป๋าเบอร์กิ้นมีราคาเกือบหลักแสน ตัดเย็บและทำตัวกระเป๋าทั้งใบด้วยช่างชำนาญการพิเศษและใช้เวลา กว่า 48 ชั่วโมงกว่าที่แต่ละใบจะเสร็จเรียบร้อย อีทั้งยังการควบคุมการผลิตไม่ให้เกิน 200 ใบต่อปี ว่ากันว่าผู้ที่ตั้องการสั่งจองอาจจะต้องรอนานถึง 5 ปี กว่าจะได้มาครอบครองส่วนรุ่นที่แพงที่สุดคือ รุ่นหนังจระเข้ราคาอยู่ที่ใบละ 1,800,000 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="WIDOWS: 2; TEXT-TRANSFORM: none; TEXT-INDENT: 0px; BORDER-COLLAPSE: separate; FONT: medium tahoma; WHITE-SPACE: normal; ORPHANS: 2; LETTER-SPACING: normal; COLOR: #000000; WORD-SPACING: 0px; -webkit-border-horizontal-spacing: 0px; -webkit-border-vertical-spacing: 0px; -webkit-text-decorations-in-effect: none; -webkit-text-size-adjust: auto; -webkit-text-stroke-width: 0px"><span style="FONT-FAMILY: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif; COLOR: #0000ff; FONT-SIZE: small; FONT-WEIGHT: bold"><img src="http://www.bloggang.com/data/g/girl-slam/picture/1261970479.jpg" alt="" /></span></span></p>
<p><span style="WIDOWS: 2; TEXT-TRANSFORM: none; TEXT-INDENT: 0px; BORDER-COLLAPSE: separate; FONT: medium tahoma; WHITE-SPACE: normal; ORPHANS: 2; LETTER-SPACING: normal; COLOR: #000000; WORD-SPACING: 0px; -webkit-border-horizontal-spacing: 0px; -webkit-border-vertical-spacing: 0px; -webkit-text-decorations-in-effect: none; -webkit-text-size-adjust: auto; -webkit-text-stroke-width: 0px"><span style="FONT-FAMILY: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif; COLOR: #0000ff; FONT-SIZE: small; FONT-WEIGHT: bold"> </span></span></p>
<p>เพื่อนๆ เคยคิดไหมค่ะว่า ทำไมกระเป๋าแฟชั่น พวก กระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าหลุยส์ ต่างก็มีราคาที่สูงมากทีเดียว  แล้วแรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋าแบรนด์เนมเหล่านี้ มาจากไหนกัน คำตอบมีอยู่ในนี้แล้วคะ<br />
ถ้าจะให้พูดถึงรุ่นคลาสสิกของแอร์เมสก็คงจะเป็นรุ่นนี้ Birkin Bag (เบอร์กิ้น แบ็ค) คงจะเป็นตัวอย่างทีดีที่สุดว่าทำไมกระเป๋าใบหนึ่งถึงมี ..ราคากว่าครึ่งล้านบาท! กระเป๋ารุ่นเบอร์กิ้น แบ็ค นั้นตั้งตามชื่อนักแสดงดังอย่าง เจน เบอร์กิ้น ต้นกำเนิดจริงๆ ก็มาจากตัวเองนั่นแหละ เมื่อครั้งหนึ่งที่เธอนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวสุดหรูของ CEO ของแอร์เมส ขณะที่เธอกำลังหยิบสมุดบันทึก<br />
แอร์เมสของเธอขึ้นมานั้นกระดาษเอกสารของเธอได้หล่นกระจัดกระจายเต็มไปทั่ว เธอได้บอก กับ CEO ว่ากระเป๋ารุ่นใหม่ๆ นั้นใช้งานไม่ค่อยได้เรื่อง เธอเสนอว่าอยากจะออกแบบกระเป๋าสักรุ่นให้กับแอร์เมส หลังจากนั้นไม่นานเธอก็หาหนังที่ต้องการได้ และพูดคุยกับทางแอร์เมส สุดท้ายกระเป๋ารุ่นนี้ก็ได้ทำออกจำหน่ายจริง และตั้งชื่อตามเธอด้วย อีกทั้งเบอร์กิ้น ยังเปน<br />
กระเป๋าที่เป็นสัญลักษณ์ ของแอร์เมสจนกระทั่งทุกวันนี้ ปัจจุบันกระเป๋าเบอร์กิ้นมีราคาเกือบหลักแสน ตัดเย็บและทำตัวกระเป๋าทั้งใบด้วยช่างชำนาญการพิเศษและใช้เวลา กว่า 48 ชั่วโมงกว่าที่แต่ละใบจะเสร็จเรียบร้อย อีทั้งยังการควบคุมการผลิตไม่ให้เกิน 200 ใบต่อปี ว่ากันว่าผู้ที่ตั้องการสั่งจองอาจจะต้องรอนานถึง 5 ปี กว่าจะได้มาครอบครองส่วนรุ่นที่แพงที่สุดคือ รุ่นหนังจระเข้ราคาอยู่ที่ใบละ 1,800,000 บาท น่าตกใจเลยทีเดียว แต่กระเป๋าใบนี้ไม่ใช่เพียงสิ้นค้าแฟชั่นเท่านั้นนะ เพราะเอบร์กิ้นได้กลายมาเป็นการลงทุนอีกอย่างหนึ่งไปแล้ว เพราะกระเป๋ารุ่นนี้มีแต่ราคาขึ้นและขึ้นเท่านั้น แต่ขอบอกว่าไม่ใช่มีเงินแล้วจะซื้อได้นะจ๊ะ เพราะต้องรอ รอ รอ แล้วก็ รอ อีกด้วย..</p>
<p> </p>
<p><span style="WIDOWS: 2; TEXT-TRANSFORM: none; TEXT-INDENT: 0px; BORDER-COLLAPSE: separate; FONT: medium tahoma; WHITE-SPACE: normal; ORPHANS: 2; LETTER-SPACING: normal; COLOR: #000000; WORD-SPACING: 0px; -webkit-border-horizontal-spacing: 0px; -webkit-border-vertical-spacing: 0px; -webkit-text-decorations-in-effect: none; -webkit-text-size-adjust: auto; -webkit-text-stroke-width: 0px"><span style="FONT-FAMILY: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif; FONT-SIZE: small"><a style="COLOR: #ff6600; TEXT-DECORATION: underline" href="http://www.bloggang.com/data/g/girl-slam/picture/1261973269.jpg" target="_blank"><img src="http://www.bloggang.com/data/girl-slam/picture/1261973269.jpg" border="0" alt="" width="450" height="465" /></a></span></span></p>
<p><span style="WIDOWS: 2; TEXT-TRANSFORM: none; TEXT-INDENT: 0px; BORDER-COLLAPSE: separate; FONT: medium tahoma; WHITE-SPACE: normal; ORPHANS: 2; LETTER-SPACING: normal; COLOR: #000000; WORD-SPACING: 0px; -webkit-border-horizontal-spacing: 0px; -webkit-border-vertical-spacing: 0px; -webkit-text-decorations-in-effect: none; -webkit-text-size-adjust: auto; -webkit-text-stroke-width: 0px"><span style="FONT-FAMILY: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif; FONT-SIZE: small"> </span></span></p>
<p><span style="WIDOWS: 2; TEXT-TRANSFORM: none; TEXT-INDENT: 0px; BORDER-COLLAPSE: separate; FONT: medium tahoma; WHITE-SPACE: normal; ORPHANS: 2; LETTER-SPACING: normal; COLOR: #000000; WORD-SPACING: 0px; -webkit-border-horizontal-spacing: 0px; -webkit-border-vertical-spacing: 0px; -webkit-text-decorations-in-effect: none; -webkit-text-size-adjust: auto; -webkit-text-stroke-width: 0px"><span style="FONT-FAMILY: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif; FONT-SIZE: small">อีกแบรนด์ที่ราคาสูงไม่แพ้กัน &#8220;Balenciaga&#8221; (บาลองเชียก้า) เป็นอีกแบรนด์เก่าแก่ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1914 ที่ประเทศสเปน และเริ่มเป็นที่รู้จักกันในหมู่สังคมชั้นสูงเมื่อราชวงศ์ของสเปนต่างสวมใส่แบรนด์นี้กันอย่างเป็นประจำ หลังจากสงครามกลางเมืองที่สเปนทำให้บาลองเชียก้าต้องปิดร้านที่สเปนลง และย้ายไปปักหลักที่ปารีส ปัจจุบันนี้บาลองเชียก้ามีดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง นิโคลาส เกรสิแยร์ เป็นผู้ดูแลดีไซด์ทั้งหมด บาลองเชียด้าโด่งดังจากกระโปรง Bubble Skirt ที่ยังคงเปนอมตะ และผลิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ส่วนกระเป๋ายอดฮิต และแสนแพงของบาลองเชียก้านั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากการขับขี่มอเตอร์ไซด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น &#8220;Lariat&#8221; แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าแรนด์ใหญ่ระดับนี้กลับมามีช็อปอยู่น้อยมากๆ มีเพียงสองสาขาเท่านั้นในอเมริกา อีกทั้งยังมีสาขาในกรุงเทพฯ ด้วย และเหมมือนกับยี่ห้ออื่นทั่วๆ ไป กระเป๋าของบาลองเชียก้า ถ้าแพงนั้น แพงจากคุณภาพของหนังที่ใช้ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่บางแต่แข็งแรง และมีความยืดหยุ่นสูง กระเป๋าของ บาลองเชียก้ามีชื่อเสียงตรงที่การใช้งาน ว่ากันว่าคุณไม่จำเปนต้องรักษาเลยเพราะว่ากระเป๋าของบาลองเชียก้านั้นยิ่งเก่ายิ่งสวย ยิ่งหนังยับย่นมากเท่าไหร่ ยิ่งมีค่ามากเท่านั้น อีกทั้งไม่ต้องกลัวของปลอมอีกด้วย เพราะหนังที่เป็นลักษณะเฉพาะของนั้นไม่ว่าจะปลอมอย่างไรก็ไม่มีทางเหมือนแน่นอน กระเป๋าบาลองเชียก้าสนนราคาเริ่มต้นที่ใบละ 50,000 บาท จนถึงหลายแสนบาท</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=42</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระเป๋าแบรนด์เนมแท้ๆ จากLongchamp</title>
		<link>http://bagth.com/?p=40</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=40#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 09:27:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเรา เอ่ยชื่อถึงกระเป๋าLongchamp กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงจนทำให้สาวไทยไม่น้อยที่อยากจะเป็นเจ้าของสักใบ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือสาวออฟฟิต ต่างก็รู้จักกระเป๋ายี่ห้อนี้เป็นอย่างดี กระเป๋าแฟชั่น ยี่ห้อนี้ ถือได้ว่าเป็นกระเป๋าที่หลายๆคนฮิตไม่มีตก ดังนั้นวันนี้ เราจะมาพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าแฟชั่น Longchampกันคะ
**กระเป๋าจ่ายตลาดของฝรั่งเศส**
Longchamp เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ลู่วิ่งในสนามม้า เป็นเครื่องหนังของกรุงปารีส ภายใต้โลโกนักขี่ม้าแข่ง กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1948 โดยฌอง กาสสย์ แกรง ซึ่งผลิตเครื่องหนังใช้หุ้มกล้องยาสูบ จนถึงปี 1960 จึงเริ่มปรับรูปแบบมาผลิตสินค้าเครื่องใช้เกี่ยวกับการเดินทางที่ผลิตจากหนังแกะ
ปี 1975 Longchamp เริ่มเข้าสู่วงการแฟชั่นด้วยการผลิตกระเป๋าสำหรับสตรีเป็นรุ่นแรกในชื่อรุ่น Veau Foulonne ชื่อเสียงของ Longchamp เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนสามารถเปิดตลาดที่เอเชียที่ฮ่องกงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1979
จากกระเป๋าหนังแฟชั่นระดับแบรนด์เนม ปี 1994 Longchamp ได้เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ Le Pliages ‘เลอ ปิยาด’ ซึ่งเป็นกระเป๋าพับที่ตัดเย็บจากไนลอน น้ำหนักเบา พับเก็บได้ มีหูหิ้วและฝาปิดกระเป๋าเป็นหนัง มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ซึ่งครั้งแรกว่ากันว่าผลิตขายเฉพาะในสนามบินส่วน Duty Free เท่านั้น เพื่อให้นักเดินทางได้ใช้สำหรับใส่สัมภาระชอปปิ้ง แถมตั้งราคาถูก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเรา เอ่ยชื่อถึงกระเป๋าLongchamp กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงจนทำให้สาวไทยไม่น้อยที่อยากจะเป็นเจ้าของสักใบ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือสาวออฟฟิต ต่างก็รู้จักกระเป๋ายี่ห้อนี้เป็นอย่างดี กระเป๋าแฟชั่น ยี่ห้อนี้ ถือได้ว่าเป็นกระเป๋าที่หลายๆคนฮิตไม่มีตก ดังนั้นวันนี้ เราจะมาพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าแฟชั่น Longchampกันคะ</p>
<p>**กระเป๋าจ่ายตลาดของฝรั่งเศส**<br />
Longchamp เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ลู่วิ่งในสนามม้า เป็นเครื่องหนังของกรุงปารีส ภายใต้โลโกนักขี่ม้าแข่ง กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1948 โดยฌอง กาสสย์ แกรง ซึ่งผลิตเครื่องหนังใช้หุ้มกล้องยาสูบ จนถึงปี 1960 จึงเริ่มปรับรูปแบบมาผลิตสินค้าเครื่องใช้เกี่ยวกับการเดินทางที่ผลิตจากหนังแกะ</p>
<p>ปี 1975 Longchamp เริ่มเข้าสู่วงการแฟชั่นด้วยการผลิตกระเป๋าสำหรับสตรีเป็นรุ่นแรกในชื่อรุ่น Veau Foulonne ชื่อเสียงของ Longchamp เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนสามารถเปิดตลาดที่เอเชียที่ฮ่องกงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1979</p>
<p>จากกระเป๋าหนังแฟชั่นระดับแบรนด์เนม ปี 1994 Longchamp ได้เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ Le Pliages ‘เลอ ปิยาด’ ซึ่งเป็นกระเป๋าพับที่ตัดเย็บจากไนลอน น้ำหนักเบา พับเก็บได้ มีหูหิ้วและฝาปิดกระเป๋าเป็นหนัง มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ซึ่งครั้งแรกว่ากันว่าผลิตขายเฉพาะในสนามบินส่วน Duty Free เท่านั้น เพื่อให้นักเดินทางได้ใช้สำหรับใส่สัมภาระชอปปิ้ง แถมตั้งราคาถูก คุณภาพทนทาน กันน้ำ จึงเป็นที่ถูกใจของนักชอปปิ้งเป็นอย่างมาก ต่อมาจึงกลายมาเป็นรุ่นฮอตฮิตไปทั่วโลกกว่า 10 ปีแล้ว</p>
<p>สำหรับสาวฝรั่งเศสรวมไปถึงสาวยุโรปนั้นชอบถือกระเป๋ารุ่น Le Pliages กันมาก เรียกได้ว่าเกร่อถนนกันทีเดียว เพราะน้ำหนักเบา ทนทาน จุของได้มาก จึงเหมาะกับการถือไปจ่ายตลาด ไปชอปปิ้ง และใช้พับเก็บเป็นกระเป๋าลูกในกระเป๋าเดินทาง เนื่องจากยุโรปไม่นิยมหิ้วถุงพลาสติก</p>
<p>หน้าตาของกระเป๋า Le Pliages ทำด้วยไนลอน มีฝาปิดเปิดและหูหิ้วที่ทำด้วยหนัง จะมี 2 ขนาดให้เลือกใช้และเป็นรหัสที่รู้กันในหมู่สาว ๆ ที่นิยมรุ่นนี้ คือ รุ่นไซส์ S หูสั้น,S หูยาว ไซส์ M หูสั้น,Mหูยาว แม้จะมีเพียงไม่กี่ขนาดและรูปแบบก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่เสน่ห์ของรุ่นนี้อยู่ที่น้ำหนักเบามาก ทนทาน และที่พิเศษคือมีสีสันสดใสซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์จะมีกลยุทธ์ออกออกสีสันและลวดลายใหม่ ๆ ปีละ 2 ครั้งตามฤดูกาลของแฟชั่นคือ Spring/Summer และ Autumn/Winter</p>
<p>และทุกครั้ง เมื่อ Le Pliages รุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด บรรดาสาว ๆ สาวกของ Le Pliages ทั่วโลกก็จะต้องดิ้นรนหามาเป็นเจ้าของให้ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=40</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระเป๋าPrada กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง</title>
		<link>http://bagth.com/?p=37</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=37#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Dec 2009 09:26:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เรานำประวัติของกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง ที่ทุกคนไม่อาจจะปฏิเสธได้ นั่นก็คือกระเป๋าPrada ว่าแล้ว ทุกๆคนจะต้องร้อง อ๋อ&#8230; จะช้าอยู่ทำไมหละคะ เรามาดูประวัติและความน่าสนใจของกระเป๋าแบรนด์เนม ประเป๋าแฟชั่น ยี่ดังยี่ห้อนี้กันดีกว่าคะ
ตราของ นักออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า ชาวอิตาลี  ที่เครื่องหมายการค้า หรือแบรนด์เนม บ่งบอกกับ ทุกๆคนว่าเป็น สินค้าฟุ่มเฟือย แนวหน้า สำหรับชายหญิงมีกะตังค์ ที่ค่าตัวของของแต่ละชิ้น แพงระยับ สินค้าของ Prada มีมาเอาใจ ขา shop กันทุกอย่าง ตั้งแต่ ชุดเสื้อผ้าสำเร็จรูป ( ready-to-wear ) เครื่องหนัง รองเท้า และผลิตภัณฑ์บรรจุสัมภาระ ในรูปแบบหลากหลาย
ชื่อของ Prada นั้น ทุกๆ ดีไซน์นอร์ มักต้องการ หยิบยืม นำเอาแนวเส้นสาย ลายละเอียด ในการออกแบบ ของเขา เพื่อไป ลอกเลียนแบบ และวิ่งตามเทรน ที่พวก ดีไซน์เนอร์ Prada เค้นออกมาจากสมอง ในแต่ละฤดูกาล จึงทำให้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เรานำประวัติของกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง ที่ทุกคนไม่อาจจะปฏิเสธได้ นั่นก็คือกระเป๋าPrada ว่าแล้ว ทุกๆคนจะต้องร้อง อ๋อ&#8230; จะช้าอยู่ทำไมหละคะ เรามาดูประวัติและความน่าสนใจของกระเป๋าแบรนด์เนม ประเป๋าแฟชั่น ยี่ดังยี่ห้อนี้กันดีกว่าคะ</p>
<p>ตราของ นักออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า ชาวอิตาลี  ที่เครื่องหมายการค้า หรือแบรนด์เนม บ่งบอกกับ ทุกๆคนว่าเป็น สินค้าฟุ่มเฟือย แนวหน้า สำหรับชายหญิงมีกะตังค์ ที่ค่าตัวของของแต่ละชิ้น แพงระยับ สินค้าของ Prada มีมาเอาใจ ขา shop กันทุกอย่าง ตั้งแต่ ชุดเสื้อผ้าสำเร็จรูป ( ready-to-wear ) เครื่องหนัง รองเท้า และผลิตภัณฑ์บรรจุสัมภาระ ในรูปแบบหลากหลาย</p>
<p>ชื่อของ Prada นั้น ทุกๆ ดีไซน์นอร์ มักต้องการ หยิบยืม นำเอาแนวเส้นสาย ลายละเอียด ในการออกแบบ ของเขา เพื่อไป ลอกเลียนแบบ และวิ่งตามเทรน ที่พวก ดีไซน์เนอร์ Prada เค้นออกมาจากสมอง ในแต่ละฤดูกาล จึงทำให้ prada นั้นมีอิทธิพล กับวงการแฟชั่นเสื้อผ้า เป็นอย่างมาก<br />
การเกิดของผลิตภัณฑ์ Prada ครั้งแรกนั้น โด่งดังมาจาก สินค้าประเภทเครื่องหนัง จากร้านเล็กๆ ในเมืองมิลาน เมื่อปี 1913 ชื่อแบรนด์ของสินค้านั้น มาจาก ชื่อของ Muiccia Prada และมันก็ยังเป็นที่รู้จัก ในนามผู้นำ แฟชั่น มีชื่อมาจนถึง ทุกวันนี้ โดยคู่แข่งของ Prada นั้นได้แก่ Christian Dior, Gucci, Chanel, Dolce &amp; Gabbana และ Giorgio Armani<br />
จริงๆแล้ว การเกิดขึ้นของ Prada นั้นเริ่มต้นใช้ชื่อว่า Fratelli Prada มาก่อน โดย Leanne Le Prada</p>
<p>ในปี 1890 Prada ในยุค บุกเบิกมีการกีดกัน ญาติพี่น้อง ที่เป็นเพศหญิง ไม่ยอมให้เข้ามายุ่ง ในธุรกิจของตน จนถึงรุ่นของ Muiccia Prada ผู้หญิงจึงได้ เข้ามาบริหารร้าน และทำให้ชื่อ Prada โด่งดังที่สุดในปี 1978 โดยมียอดขาย ที่ทำได้ถึง สี่แสนเหรียญสหรัฐ กันเลยทีเดียวโดย Muiccia โชคดี ที่ได้รู้จักกับ Patrizio Bertelli แล้วนำสินค้าเครื่องหนัง ของ Bertelli มาปรับปรุงติดแบรนด์ เป็นของตนเอง ทั้งสองทำงานกัน อย่างบ้าคลั่ง และยึดเอา ตลาดแฟชั่นชั้นสูง ในยุโรปเป็นของตนเอง เสียราบคาบ ในเวลาอันรวดเร็ว โดยการออก ผลิตภัณฑ์ แฟชั่นกระเป๋าถือ เป็นครั้งแรกในปี 1985 จนมีชื่อเสียงโด่งดังมาก แล้ว Muiccia และ Bertelli ก็แต่งงานกัน ในอีกสองปีต่อมา<br />
ในปี 1989 สองสามีภรรยา ก็ได้ออกชุด แฟชั่นเสื้อผ้าพร้อมใส่ เป็นครั้งแรก สินค้าชิ้นต่างๆ ที่ออกตลาด ล้วนประสบความสำเร็จ ทำให้ยอดขายในปี 1990 พุ่งเป็น $31 เหรียญล้านสหรัฐ และ $674 ล้านเหร๊ยญสหรัฐ ในปี 1997 โดยคาดว่าในปี 2010 ทรัพสินของ Prada จะมีมูลค่าถึง $5 พันล้านเหรียญ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=37</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อ Hermes</title>
		<link>http://bagth.com/?p=35</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=35#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Dec 2009 09:17:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[คาดว่าเพื่อนๆที่นิยมประเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ น่าจะรู้จักกระเป๋ายี่ห้อ Hermes เป็นอย่างดี  ประเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีทั่วท้องตลาดนั้น หากเป็นกระเป๋าที่มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหูของนักช็อป ก็มันจะมีประวัติที่ยาวนาน เหมือนกับประเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อHermes นี้
ตำนานแอร์เมสเริ่มต้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1837 ด้วยการเป็นผู้ผลิตอานม้าและบังเหียนม้า เมื่อเทียรี่ แอร์เมส (Thierry Hermes) ชาวฝรั่งเศส ก่อตั้งบริษัทผลิตอานม้าของเขาในปีค.ศ. 1837 ที่ rue Basse du Rempart ในปารีส เขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการผลิตเครื่องใช้สำหรับการขี่ม้า และกระเป๋าใหญ่ที่ใช้ในเดินทางด้วยรถม้าที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกหนังคุณภาพดีมาใช้ และการเย็บแบบ 2 เข็ม ฝีเย็บจึงแน่นและทนทาน เทคนิคเหล่านี้กลายเป็นทรัพย์สินที่แอร์เมสใช้ต่อยอดผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ โดยนำเอาความรู้เรื่องหนังหลากหลายชนิดและเทคนิคการเย็บแบบพิเศษมาใช้สร้างมูลค่า ด้วยคุณภาพและความีฝีมือ ในเวลาเพียงไม่กี่ปี อานม้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆของเขาก็ได้รับกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ราชวงศ์และชนชั้นสูงของฝรั่งเศส
จากนั้นในปีค.ศ. 1879 เอมิลี่ ชาร์ล แอร์เมส (Emile-Charles Hermes) ลูกชายของเขาได้ย้ายกิจการไปยัง 24 rue du Faubourg St. Honore ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของแอร์เมสในปัจจุบัน (The [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คาดว่าเพื่อนๆที่นิยมประเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ น่าจะรู้จักกระเป๋ายี่ห้อ Hermes เป็นอย่างดี  ประเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีทั่วท้องตลาดนั้น หากเป็นกระเป๋าที่มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหูของนักช็อป ก็มันจะมีประวัติที่ยาวนาน เหมือนกับประเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อHermes นี้<br />
ตำนานแอร์เมสเริ่มต้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1837 ด้วยการเป็นผู้ผลิตอานม้าและบังเหียนม้า เมื่อเทียรี่ แอร์เมส (Thierry Hermes) ชาวฝรั่งเศส ก่อตั้งบริษัทผลิตอานม้าของเขาในปีค.ศ. 1837 ที่ rue Basse du Rempart ในปารีส เขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการผลิตเครื่องใช้สำหรับการขี่ม้า และกระเป๋าใหญ่ที่ใช้ในเดินทางด้วยรถม้าที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกหนังคุณภาพดีมาใช้ และการเย็บแบบ 2 เข็ม ฝีเย็บจึงแน่นและทนทาน เทคนิคเหล่านี้กลายเป็นทรัพย์สินที่แอร์เมสใช้ต่อยอดผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ โดยนำเอาความรู้เรื่องหนังหลากหลายชนิดและเทคนิคการเย็บแบบพิเศษมาใช้สร้างมูลค่า ด้วยคุณภาพและความีฝีมือ ในเวลาเพียงไม่กี่ปี อานม้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆของเขาก็ได้รับกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ราชวงศ์และชนชั้นสูงของฝรั่งเศส<br />
จากนั้นในปีค.ศ. 1879 เอมิลี่ ชาร์ล แอร์เมส (Emile-Charles Hermes) ลูกชายของเขาได้ย้ายกิจการไปยัง 24 rue du Faubourg St. Honore ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของแอร์เมสในปัจจุบัน (The House of Hermes) และได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ และผลิตภัณฑ์เครื่องหนังสำหรับใช้ในการเดินทางต่างๆ กระทั่งปีค.ศ. 1978 เขาจึงได้รับช่วงบริหารกิจการต่อจากบิดา</p>
<p>และต่อมา โรเบิรต ดูมาส์ (Robert Dumas) สามีของทายาทรุ่นที่ 3 ของแอร์เมสก็ได้เพิ่ม เนคไท น้ำหอม ผ้าเช็ดตัว และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลไว้ในไลน์สินค้าของแอร์เมสด้วย</p>
<p>ส่วนกระเป๋าของแอร์เมสที่ติดอันดับยอดนิยมตลอดกาลอย่างเบอร์กิ้น และเคลลี่นั้น การผลิตโดยการตัดเย็บด้วยมือด้วยความปราณีตและละเอียดอ่อน โดยหนังที่ใช้ต้องเป็นเกรดเอเท่านั้น ซึ่งมีหนังหลายชนิด อาทิ หนังจระเข้ นกกระจอกเทศ ในการทำกระเป๋าแต่ละใบต้องใช้เวลานานมาก อย่างกระเป๋าเบอร์กิ้นช่างเย็บกระเป๋าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง รุ่นเคลลี่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง ช่างทำกระเป๋าแต่ละคนต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างน้อย 3 ปี จึงจะได้รับอนุญาตให้ผลิตกระเป๋าได้ และเมื่อลูกค้าใช้กระเป๋าไปนาน ๆ และต้องการส่งซ่อม ผู้ที่ผลิตกระเป๋าใบนั้น ๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ซ่อมแซมกระเป๋าให้ และที่สำคัญ ถึงจะมีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะซื้อกันได้ง่ายๆนะคะ แต่ละใบต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นปีๆ กว่าจะได้มาครอบครองสมใจ</p>
<p>นอกจากนี้.. กระเป๋าในรุ่นยอดนิยมต่างๆของแอร์เมสยังมีตำนานสุดคลาสสิก ที่ช่วยเสริมบรรยากาศในการสวมใส่ อย่างกระเป๋าเคลลี่นั้น มีที่มาจากชื่อของเกรซ เคลลี่ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้โด่งดังจากการสะพายไปขึ้นปกนิตยสารไลพ์ ในปีค.ศ. 1956 ส่วนรุ่นเบอร์กิ้น มาจากชื่อของ เจน เบอร์กิ้น ซึ่งเป็นผู้ร่วมออกแบบกระเป๋ารุ่นนี้ร่วมกับชอง-หลุยซ์ ดูมาส์ เนื่องจากเธอเห็นว่ากระเป๋าเคลลี่ของเธอไม่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>ด้วยความพิถีพิถันเหล่านี้เองที่เป็นคุณสมบัติความพรีเมียมของแอร์เมส ที่ทำแบรนด์ Hermes กลายเป็นแบรนด์สุดยอดในเรื่องของกระเป๋าสะพาย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทุกวันนี้กระเป๋าใบหรูที่ราคาแสนแพงของแอร์เมสจึง กลับมียอดสั่งจองเยอะที่สุด ทั้งยังต้องรอคอยนานข้ามปี ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่แบรนด์เท่านั้น ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์แบบนี้ได้</p>
<p>ปัจจุบัน แอร์เมสมีสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องม้า กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าพันคอ เนกไท จิวเวลรี่ นาฬิกา จานชาม เครื่องเขียน เสื้อผ้าของใช้เด็ก ยันไปถึงของใช้จุกจิก เช่น ที่เปิดขวดไวน์ ตลับเมตร สายคล้องมือถือ ฯลฯ แอร์เมสมีของเกือบทุกอย่างแต่ที่ไม่มีก็คือแว่นตา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=35</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติของกระเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่เรียกกันว่า กุชชี่</title>
		<link>http://bagth.com/?p=33</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=33#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 09:08:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติของกระเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนม กุชชี่กัน เราจะมาย้อนดูตำนานกุชชี่ว่า หากพูดถึงกระเป๋ายี่ห้อนี้แล้ว เราจะนึกถึงอะไรกัน
หากย้อนตำนานความเป็นมาของ “ กุชชี่ไอคอน”นั้น สามารถสรุปได้เป็น 3 รูปแบบ
      
       **จีจีไอคอน หรือ สัญลักษณ์ GG
       สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นกุชชี่มากที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวอักษร GG ที่เป็นกุชชี่ไอคอนที่ลงตัวในทุกส่วนของงานแฟชั่น ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกากุชชี่ รุ่น Twirl ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้ของกุชชี่ที่ออกแบบให้เป็นมากกว่านาฬิกา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำแฟชั่นอย่างแท้ ความเป็นเอกลักษณ์ของการกลับตัวอักษร สลักบนหลังหน้าปัดและสายนาฬิกาที่ออกแบบเป็นกำไลข้อมือ ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นของที่ “ต้องมี” สำหรับสาวกกุชชี่ทุกคน
      **Bamboo หรือ ไม้ใผ่
       การนำไม้ไผ่มาใช้สร้างสรรค์ในงานแฟชั่นดีไซน์ เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์กุชชี่ที่มีชื่อเสียงที่สุด นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1947 ซึ่ง Bamboo เฉิดฉายอยู่ในแทบทุกชิ้นงานของแบรนด์ และกุชชี่ยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเอาไม้ไผ่แท้ๆ มาเป็นองค์ประกอบของนาฬิกา ซึ่งการที่จะผสมผสานวัสดุทั้งสองอย่างอันได้แก่ไม้ และสแตนเลสเข้าด้วยกันนั้น ต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีความประณีตละเอียดอ่อนอย่างมาก
      
       **Horsebit หรือ สัญลักษณ์รูปห่วงรัดปากม้า
       กุชชี่ไอคอนที่กำลังมแรงที่สุดในปีนี้ “ห่วงรัดปากม้า” เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกอ่างหนึ่งของกุชชี่ ที่ถูกใช้ไปในทุกประเภทของสินค้า สำหรับในการออกแบบนาฬิกา รูปห่วงรัดปากม้านั้นได้รับการออกแบบมาในรูปทรงของนาฬิกาทำให้มันเป็นที่น่าจดจำและแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกุชชี่ คอลเลคชั่นใหม่ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติของกระเป๋าแฟชั่น หรือกระเป๋าแบรนด์เนม กุชชี่กัน เราจะมาย้อนดูตำนานกุชชี่ว่า หากพูดถึงกระเป๋ายี่ห้อนี้แล้ว เราจะนึกถึงอะไรกัน</p>
<p>หากย้อนตำนานความเป็นมาของ “ กุชชี่ไอคอน”นั้น สามารถสรุปได้เป็น 3 รูปแบบ<br />
      <br />
       **จีจีไอคอน หรือ สัญลักษณ์ GG<br />
       สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นกุชชี่มากที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวอักษร GG ที่เป็นกุชชี่ไอคอนที่ลงตัวในทุกส่วนของงานแฟชั่น ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกากุชชี่ รุ่น Twirl ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้ของกุชชี่ที่ออกแบบให้เป็นมากกว่านาฬิกา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำแฟชั่นอย่างแท้ ความเป็นเอกลักษณ์ของการกลับตัวอักษร สลักบนหลังหน้าปัดและสายนาฬิกาที่ออกแบบเป็นกำไลข้อมือ ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นของที่ “ต้องมี” สำหรับสาวกกุชชี่ทุกคน</p>
<p>      **Bamboo หรือ ไม้ใผ่<br />
       การนำไม้ไผ่มาใช้สร้างสรรค์ในงานแฟชั่นดีไซน์ เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์กุชชี่ที่มีชื่อเสียงที่สุด นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1947 ซึ่ง Bamboo เฉิดฉายอยู่ในแทบทุกชิ้นงานของแบรนด์ และกุชชี่ยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเอาไม้ไผ่แท้ๆ มาเป็นองค์ประกอบของนาฬิกา ซึ่งการที่จะผสมผสานวัสดุทั้งสองอย่างอันได้แก่ไม้ และสแตนเลสเข้าด้วยกันนั้น ต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีความประณีตละเอียดอ่อนอย่างมาก<br />
      <br />
       **Horsebit หรือ สัญลักษณ์รูปห่วงรัดปากม้า<br />
       กุชชี่ไอคอนที่กำลังมแรงที่สุดในปีนี้ “ห่วงรัดปากม้า” เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกอ่างหนึ่งของกุชชี่ ที่ถูกใช้ไปในทุกประเภทของสินค้า สำหรับในการออกแบบนาฬิกา รูปห่วงรัดปากม้านั้นได้รับการออกแบบมาในรูปทรงของนาฬิกาทำให้มันเป็นที่น่าจดจำและแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกุชชี่ คอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่มีการนำรูปห่วงรัดปากม้ามาใช้ได้แก่ Signoria และ Horsebit Cocktail ซึ่งมีการเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2007 และคอลเลคชั่นล่าสุด Tornabuoni ก็ยังคงตอกย้ำความโด่งดังของสัญลักษณ์รูปห่วงรัดปากม้านี้ ด้วยนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีในแบบรูปทรงและดีไซน์ต่างๆ มากมาย<br />
      <br />
       สำหรับสาวกของกุชชี่แล้ว ตำนานกุชชี่ไอคอนคงจะช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับความคลาสสิกในความหมายของสัญลักษณ์ไม่มากก็น้อย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=33</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติกระเป๋าหลุยส์</title>
		<link>http://bagth.com/?p=31</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=31#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2009 13:13:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ มาแล้วคร๊า เพื่อนๆคงจะคิดถึงกันชิมิคะ อิอิ จริงๆแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าจะอัพอะไรดี เพราะว่าหมดมุกบ้างไรบ้าง แต่พอมานึกๆ เราก็เกือบลืมเลยว่า ยังไม่เคยคุยเรื่องประวัติกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง อย่าง หลุยส์กันเลย ไหนๆวันนี้ ก็เกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว
 จะช้าอยู่ทำไม เราไปดูประวัติกระเป๋าหลุยส์กันเลยดีกว่าคะ
เมื่อประมาณ 152 ปีที่แล้ว หลุยส์ วิตตอง  ช่างทำหีบฝีมือเยี่ยม ได้ก่อตั้งธุรกิจของตัวเองขึ้น  เขามองไกลไปถึงความสำคัญ ของการเดินทางในโลกสมัยใหม่ จึงได้ออกแบบและผลิตหีบสัมภาระรวมทั้งเครื่องใช้ในการเดินทางอื่นๆขึ้นมา  ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางใหม่นี้ จากนั้นทายาทของเขา ซึ่งได้รับทักษะมาอย่างเต็มที่ก็ได้แสดงความสามารถอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างอาณาจักรของวิตตองให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
 จากช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า จนล่วงเข้าสู่สหัสวรรษที่สาม  ขณะเดียวกันสินค้าหลุยส์ วิตตอง ก็สามารถ ชนะใจบรรดาลูกค้าระดับสูงอย่างกว้างขวาง ณ วันนี้ การผจญภัยดังกล่าว ได้ก้าวมาสู่ในระดับสากลและทางบริษัทกำลังเสาะแสวงหาแนวทางใหม่ๆ  ให้เกิดขึ้นในวงการแฟชั่น หลุยส์ วิตตอง ได้กลายเป็นปรากฎการณ์  ทางสังคมอย่างหนึ่ง โอ้!! ลืมบอกไปว่าหลุยส์ วิตตอง เนี่ยนะค่ะมีมาตั้งแต่ ปี 1854 ตอนนี้ก็ 2006แล้วนะค่ะ เดี๋ยวนี้หลุยส์ วิตตอง ก็ไม่ได้มีแค่หีบสัมภาระ เหมือนในอดีตแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ มาแล้วคร๊า เพื่อนๆคงจะคิดถึงกันชิมิคะ อิอิ จริงๆแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าจะอัพอะไรดี เพราะว่าหมดมุกบ้างไรบ้าง แต่พอมานึกๆ เราก็เกือบลืมเลยว่า ยังไม่เคยคุยเรื่องประวัติกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง อย่าง หลุยส์กันเลย ไหนๆวันนี้ ก็เกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว<br />
 จะช้าอยู่ทำไม เราไปดูประวัติกระเป๋าหลุยส์กันเลยดีกว่าคะ</p>
<p>เมื่อประมาณ 152 ปีที่แล้ว หลุยส์ วิตตอง  ช่างทำหีบฝีมือเยี่ยม ได้ก่อตั้งธุรกิจของตัวเองขึ้น  เขามองไกลไปถึงความสำคัญ ของการเดินทางในโลกสมัยใหม่ จึงได้ออกแบบและผลิตหีบสัมภาระรวมทั้งเครื่องใช้ในการเดินทางอื่นๆขึ้นมา  ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางใหม่นี้ จากนั้นทายาทของเขา ซึ่งได้รับทักษะมาอย่างเต็มที่ก็ได้แสดงความสามารถอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างอาณาจักรของวิตตองให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง<br />
 จากช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า จนล่วงเข้าสู่สหัสวรรษที่สาม  ขณะเดียวกันสินค้าหลุยส์ วิตตอง ก็สามารถ ชนะใจบรรดาลูกค้าระดับสูงอย่างกว้างขวาง ณ วันนี้ การผจญภัยดังกล่าว ได้ก้าวมาสู่ในระดับสากลและทางบริษัทกำลังเสาะแสวงหาแนวทางใหม่ๆ  ให้เกิดขึ้นในวงการแฟชั่น หลุยส์ วิตตอง ได้กลายเป็นปรากฎการณ์  ทางสังคมอย่างหนึ่ง โอ้!! ลืมบอกไปว่าหลุยส์ วิตตอง เนี่ยนะค่ะมีมาตั้งแต่ ปี 1854 ตอนนี้ก็ 2006แล้วนะค่ะ เดี๋ยวนี้หลุยส์ วิตตอง ก็ไม่ได้มีแค่หีบสัมภาระ เหมือนในอดีตแล้ว ปัจจุบันเราจะพบ เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ นาฟิกา และในอนาคตหลุยส์ วิตตอง อาจมีสินค้าอื่นๆให้พวกเราได้เลือกใช้อีกมากมาย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=31</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาจัดกระเป๋ากันเถอะ</title>
		<link>http://bagth.com/?p=29</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=29#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Dec 2009 03:44:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระ...น่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆให้สาวๆที่รักกระเป๋า แล้วอยากดูแลกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงให้อยู่กับเราไปอีกนาน วันนี้เราเลยมีสาระดีๆ เกี่ยวกับการจัดกระเป๋ามาฝากคะ
อย่าใส่ของเยอะเกินหรือว่าหนักเกินไป
นอกจากกระเป๋าที่หนักเกินไปจะไม่ดีต่อหลังแล้วยังทำร้ายกระเป๋าของคุณอีกด้วย
ทั้งลอยเย็บจะแตกและหนังของกระเป๋าจะยืดอีกด้วย ควรใช้กระเป๋าย่ามแทนหากต้องใส่ของหนัก
และเลือกกระเป๋าที่ไม่มีส่วนกั้นจะทำให้ยากในการยัดใส่เอกสารชิ้นใหญ่ๆ ทำความสะอาดครั้งใหญ่
อย่าใช้กระเป๋าเป็นที่ทิ้งขยะ
ทุกๆสองสามอาทิตย์เททุกอย่างในกระเป๋าออกมาและเช็คดูว่าอะไรที่เราไม่จำเป็นต้องใช้
ปกติแล้วคนเราจะพกของมากกว่าที่จำเป็น แบ่งเป็นหมวดหมู่
แยกของในกระเป๋าเล็กๆ
ใช้สีที่ต่างกันไป ใบเสร็จ กระเป๋าสตางค์ ยา เครื่องสำอาง ก็เหมือนกับการจัดระบบย่อยๆนี่เอง
ซี่งจะทำให้ง่ายต่อการหยิบหาของ สิ่งของอยู่ในที่ที่ควรอยู่
พยายามหากระเป๋าที่มีกระเป๋าเล็กๆแยก
เช่น ที่เหน็บปากกา กระเป๋ามือถือ ที่ใส่กุณแจ เป็นต้น แค่นี้ก็ง่ายต่อการหาของแล้วคะ
นานๆครั้งควรทำสะอาดกระเป๋าบ้างคะ
ก้นกระเป๋าอาจจะมีฝุ่น ควรเช็ดกระเป๋าด้วยผ้าหมาดๆคะ
ซับเปลี่ยนกระเป๋า
อย่าใช้กระเป๋าใบเดียวจนกระเป๋าเสีย
ควรมีกระเป๋าหลายๆใบในคอเล็คชั่นเพื่อสับเปลี่ยน การเก็บรักษาที่ถูกวิธีจะสามารถรักษาอายุกระเป๋าได้ยาวนานขึ้น
ยัดกระเป๋าด้วยกระดาษทิ๋ชชู่ และพลาสติกเพื่อให้กระเป๋าไม่เสียรูป
รักหนังกระเป๋าของคุณ
กระเป๋าก็ต้องการการดูแลรักษานะคะ
ว่ากันว่าน้ำมันที่ดีที่สุดในการดูแลหนังกระเป๋าก็น้ำมันธรรมชาติจากใบหน้าของคุณคะ
แต่น้ำมันเช็ดฟอร์นิเจอก็ใช้ได้ดีคะ หากกระเป๋าของคุณเปียกก็ปล่อยให้แห้งโดยธรรมชาติคะ
อย่าใช้ไดย์เป่าผมเด็ดขาดคะ กระเป๋าหนังจะเสีย และอย่าให้นมหกใส่กระเป๋านะคะ รับรองหนังกระเป๋าเสียแน่นอนคะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆให้สาวๆที่รักกระเป๋า แล้วอยากดูแลกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงให้อยู่กับเราไปอีกนาน วันนี้เราเลยมีสาระดีๆ เกี่ยวกับการจัดกระเป๋ามาฝากคะ</p>
<p>อย่าใส่ของเยอะเกินหรือว่าหนักเกินไป</p>
<p>นอกจากกระเป๋าที่หนักเกินไปจะไม่ดีต่อหลังแล้วยังทำร้ายกระเป๋าของคุณอีกด้วย<br />
ทั้งลอยเย็บจะแตกและหนังของกระเป๋าจะยืดอีกด้วย ควรใช้กระเป๋าย่ามแทนหากต้องใส่ของหนัก<br />
และเลือกกระเป๋าที่ไม่มีส่วนกั้นจะทำให้ยากในการยัดใส่เอกสารชิ้นใหญ่ๆ ทำความสะอาดครั้งใหญ่</p>
<p>อย่าใช้กระเป๋าเป็นที่ทิ้งขยะ</p>
<p>ทุกๆสองสามอาทิตย์เททุกอย่างในกระเป๋าออกมาและเช็คดูว่าอะไรที่เราไม่จำเป็นต้องใช้<br />
ปกติแล้วคนเราจะพกของมากกว่าที่จำเป็น แบ่งเป็นหมวดหมู่<br />
แยกของในกระเป๋าเล็กๆ<br />
ใช้สีที่ต่างกันไป ใบเสร็จ กระเป๋าสตางค์ ยา เครื่องสำอาง ก็เหมือนกับการจัดระบบย่อยๆนี่เอง<br />
ซี่งจะทำให้ง่ายต่อการหยิบหาของ สิ่งของอยู่ในที่ที่ควรอยู่</p>
<p>พยายามหากระเป๋าที่มีกระเป๋าเล็กๆแยก<br />
เช่น ที่เหน็บปากกา กระเป๋ามือถือ ที่ใส่กุณแจ เป็นต้น แค่นี้ก็ง่ายต่อการหาของแล้วคะ</p>
<p>นานๆครั้งควรทำสะอาดกระเป๋าบ้างคะ<br />
ก้นกระเป๋าอาจจะมีฝุ่น ควรเช็ดกระเป๋าด้วยผ้าหมาดๆคะ</p>
<p>ซับเปลี่ยนกระเป๋า</p>
<p>อย่าใช้กระเป๋าใบเดียวจนกระเป๋าเสีย<br />
ควรมีกระเป๋าหลายๆใบในคอเล็คชั่นเพื่อสับเปลี่ยน การเก็บรักษาที่ถูกวิธีจะสามารถรักษาอายุกระเป๋าได้ยาวนานขึ้น<br />
ยัดกระเป๋าด้วยกระดาษทิ๋ชชู่ และพลาสติกเพื่อให้กระเป๋าไม่เสียรูป</p>
<p>รักหนังกระเป๋าของคุณ</p>
<p>กระเป๋าก็ต้องการการดูแลรักษานะคะ<br />
ว่ากันว่าน้ำมันที่ดีที่สุดในการดูแลหนังกระเป๋าก็น้ำมันธรรมชาติจากใบหน้าของคุณคะ<br />
แต่น้ำมันเช็ดฟอร์นิเจอก็ใช้ได้ดีคะ หากกระเป๋าของคุณเปียกก็ปล่อยให้แห้งโดยธรรมชาติคะ<br />
อย่าใช้ไดย์เป่าผมเด็ดขาดคะ กระเป๋าหนังจะเสีย และอย่าให้นมหกใส่กระเป๋านะคะ รับรองหนังกระเป๋าเสียแน่นอนคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=29</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Longchamp กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู ห้ามพลาด</title>
		<link>http://bagth.com/?p=26</link>
		<comments>http://bagth.com/?p=26#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2009 03:33:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระเป๋าแบรนด์เนม...แบบเซเลบๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bagth.com/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[LONGCHAMP Paris กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูส่งคอลเลกชั่นหน้าหนาวออกมากระตุ้มต่อมอยากของแฟชั่นนิสต้าให้น้ำลายหก งานนี้แฟนพันธุ์แท้กระเป๋า LONGCHAMP ตบเท้าเข้าร่วมงานที่ LONGCHAMP เกสร พลาซ่าอย่างพร้อมเพรียง อาทิ วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, นาขวัญ รายนานนท์ ศรัยฉัตร กุญชร จีระแพทย์, ศศมณฑ์ สงวนสิน, และคริสติน่า เศรษฐบุตร เป็นต้น
วรรณพร โปษยานนท์ ดีไซเนอร์คนเก่งติดใจกระเป๋ารุ่น Gasby สีโทนอบอุ่น รูปทรงสไตล์วินเทจ คลาสสิค นำมาประยุกต์ใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชุดแบบเรียบ กระโปรงทรงสอบ ทรงเอ กางเกงสีดำคัตติ้งเนี้ยบ เฉียบ เท่ ไปจนถึงเสื้อผ้าแนวแฟนตาซี กระเป๋าทรงยาของนายแพทย์ก็เอาอยู่

ส่วนไฮโซสาวเสียงดี พิมพ์ดาว พานิชสมัย อีกคนก็จับกระเป๋ารุ่น Sergent ไม่ห่างกาย เพราะรุ่นนี้ทำจากผ้าคอสตอนพิมพ์ลายใบใหญ่ มีสารกันเปื้อนเคลือบทับ เก๋ด้วยลายเหรียญตราของเจอเรมี สก็อตต์ เหมาะกับบุคลิกที่เป็นคนสนุกสนาน ลุยได้ทุกที่ ไม่ห่วงสวย
พิชนาฎ สาขากร ไม่พลาดมาชมคอลเลกชั่นใหม่ในลุคเดรสสั้น โฉบเฉี่ยว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">LONGCHAMP Paris กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูส่งคอลเลกชั่นหน้าหนาวออกมากระตุ้มต่อมอยากของแฟชั่นนิสต้าให้น้ำลายหก งานนี้แฟนพันธุ์แท้กระเป๋า LONGCHAMP ตบเท้าเข้าร่วมงานที่ LONGCHAMP เกสร พลาซ่าอย่างพร้อมเพรียง อาทิ วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, นาขวัญ รายนานนท์ ศรัยฉัตร กุญชร จีระแพทย์, ศศมณฑ์ สงวนสิน, และคริสติน่า เศรษฐบุตร เป็นต้น</p>
<p>วรรณพร โปษยานนท์ ดีไซเนอร์คนเก่งติดใจกระเป๋ารุ่น Gasby สีโทนอบอุ่น รูปทรงสไตล์วินเทจ คลาสสิค นำมาประยุกต์ใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชุดแบบเรียบ กระโปรงทรงสอบ ทรงเอ กางเกงสีดำคัตติ้งเนี้ยบ เฉียบ เท่ ไปจนถึงเสื้อผ้าแนวแฟนตาซี กระเป๋าทรงยาของนายแพทย์ก็เอาอยู่</p>
<p><img src="http://69.73.159.248/inline/fashion/th/e/e15aa54e4646e6da1d2328b2d6f7535c.jpg" alt="LONGCHAMP : It Bag - LONGCHAMP - It Bag" /></p>
<p>ส่วนไฮโซสาวเสียงดี พิมพ์ดาว พานิชสมัย อีกคนก็จับกระเป๋ารุ่น Sergent ไม่ห่างกาย เพราะรุ่นนี้ทำจากผ้าคอสตอนพิมพ์ลายใบใหญ่ มีสารกันเปื้อนเคลือบทับ เก๋ด้วยลายเหรียญตราของเจอเรมี สก็อตต์ เหมาะกับบุคลิกที่เป็นคนสนุกสนาน ลุยได้ทุกที่ ไม่ห่วงสวย<br />
พิชนาฎ สาขากร ไม่พลาดมาชมคอลเลกชั่นใหม่ในลุคเดรสสั้น โฉบเฉี่ยว โชว์เรียวขาเซ็กซี่ ตัวแทนของกระเป๋ารุ่น Parade ที่ทุกเฉดสีโดดเด่นด้วยแถบหนัง เช่น เวอร์ชั่นลายเสือดาวทำจากหนังลูกวัวพิมพ์ลาย สอด คล้องกับเสื้อผ้าแนวซาฟารีที่กลับมาแรงในวินเทอร์นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bagth.com/?feed=rss2&amp;p=26</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
